
หวานใจเอางานมาส่งสักทีค่ะ
ดองไว้นานทีเดียว มิใช่แค่บทความ รูป เรื่องแกงกะหรี่นี้นะคะ
แกงกะหรี่หม้อนี้ ยังเหลือ ฟิตแข็งอยู่ในตู้เย็นอยู่เลยค่ะ ก็กินคนเดียวหม้อเบ้อเริ่มนี่นา
ก็แบ่งไว้กิน ฟิตฟอสซิลไว้ก่อน สักวันอยากๆ ค่อยเอามากิน
วันนี้หวานใจเสนอ
“แกงกะหรี่ ชอคโกแลต”
อ๊า
อย่าเพิ่งตกใจกันไป ว่าแกงกับชอคโกแลตมันจะเข้ากันได้ไง งานนี้ยังมีเพื่อนสนิทร่วมก๊วนอย่างแอปเปิ้ล กล้วย แครอท
อ่า…งงกันเลยล่ะสิ
หวานใจไปหาสูตรมาจากคุณ Calamity ณ พันทิพค่ะ
(เค้าถ่ายรูปสวยมากๆ ดูบลอคเค้าแล้วทำให้หวานใจ ฮึกเหิมมั่กๆ)
..
ของเค้าทำคัตสึ เคอรี่ คือแกงกะหรี่หมูทอด
แต่หวานใจขอเปลี่ยนเป็น ไก่ผัดซอส เคอรี่ แล้วกัน แค่ทำแกงกะหรี่ก็แย่แล้วให้ทำหมูทอดอีกเหนื่อยตายพอดี (อ้วนด้วยค่ะ) เอาเป็นไก่ทอดดีกว่า หอมๆ
ไปดูส่วนประกอบกัน

: : ส่วนประกอบ : :
ก้อนแกงกะหรี่ญี่ปุ่น 1 กล่องมีสองก้อน ใช้ก้อนเดียวพอค่ะ
แอปเปิ้ล
แครอท
มันฝรั่ง
กล้วยหอม
หัวหอม
เนย 1 ชต
พริกไทย
เกลือ
ไก่ผัดซอส
ไก่หั่นเป็นเส้นๆ
ซีอิ๊วญี่ปุ่น (ตราทาคูมิก็ได้ค่ะ)
พริกไทย
น้ำมันงา เอาไว้หมัก ทำให้ไก่มีกลิ่นหอมมากค่ะ
: : ขั้นตอนการทำ : :
1. หั่นไก่ หมักซอสกับน้ำมันงาไว้ก่อนนะคะ จะได้นิ่มๆ หอมๆ

2.หั่นทุกอย่าง ให้เล็กๆ เด๋วเอาให้ละลายลงซุปไปเลย ละลายในปาก อิอิ

3.ใส่เนยลงกระทะ พอเริ่มละลาย ผัดหัวหอมที่ซอยไว้ เอาให้นิ่มเลยนะคะ หอมฉุยผัดจนเหลืองๆ เลยค่ะ

4. ผัดหอมแล้วเติมน้ำเปล่าไป สักครึ่งหม้อเลยค่ะ ไม่ต้องใช้น้ำสต๊อคก็ได้เ พราะในก้อนแกงกะหรี่มีรวมน้ำสต๊อคไว้แล้วจ้ะ

5.พอคนๆ ให้หัวหอมเริ่มนิ่ม เหลืองๆ ก็ใส่ก้อนแกงกะหรี่ลงไป ขั้นตอนนี้ หากจะเติมพริกแกงกระหรี่ไทยลงไปสักช้อนโต๊ะ จะเพิ่มความเข้มข้นและเผ็ดสมรสคนไทยหน่อยค่ะ
6. พอเราใส่ก้อนแกงกะหรี่แล้ว น้ำจะข้นขึ้นมา ดูน่ากิน และดูมืออาชีพขึ้นมาทันตา 555
7.พอเริ่มเดือด ใส่ผักก่อนค่ะ แครอทกับมัน แล้วพอเดือด ตุบตุบ ก็เบาไฟค่อยๆคนนะคะ ไฟแรงจะติดหม้อได้
8.เคี่ยวไปเรื่อยๆ สักพัก ก็ตามด้วยแกงค์ผลไม้ค่ะ แอปเปิ้ล กล้วย
9.ไฟอ่อนๆ แล้วเคี่ยวให้ผักผลไม้นิ่ม สัก 2-3 ชม.ก็พอ ถึงตอนนนั้น ก็ปรุงรสนิดหน่อย ด้วยเกลือและพริกไทย
..

10. พอผักผลไม้เริ่มนิ่ม ก็มาใส่นางเอกค่ะ ตามสูตรเค้าน่ะใช้ชอคโกแลต เซมิ สวีท ของ เฮอร์เชยเลย แต่ไม่อยากซื้อเยอะ เปลืองไม่รู้จะเก็บไว้ทำไร มันอ้วน ก็เลยไปซื้อ เฮอร์เชยเหมือนกัน แต่เป้นดาร์คชอค อัลมอนด์ (ของโปรด )มาแทน คิดว่าคงแทนกันได้ มันหวาน แต่แอบมีถั่วด้วย 55 เอาขำๆ ปุ๋มว่ามันพอได้แหล่ะ อาศัยเมนูหนุกๆ (แมวดื้อบอกว่าชอคนี้เค้าปรุงแต่งแล้ว เอามาทำอาหารได้ไง) หวานใจก็ไม่รู้อ่ะ มันก็หวานมันเหมือนกัน
11.คนๆ ให้ละลาย การใส่ชอคโกแลตไปทำให้รสหวานมันกลมกล่อมค่ะ อร่อย คงคล้ายๆกับ ขาหมูโอวัลตินนั่นแหล่ะค่ะ แปลก…แต่อร่อยอย่างประหลาด อิอิ

12.การเคี่ยวใช้เวลาค่อนข้างนาน หม้อเลอะเทอะเลย กว่าจะได้กิน ต้องหมั่นคนนะคะ มันติดหม้อ
13.ระหว่างรอให้แกงกะหรี่ เข้มข้น เราไปต้มเส้นอุด้งกัน หวานใจ มีเส้นบะหมี่ญี่ปุ่นเหลือ เลยคิดว่าทำแบบโอออิชิราเมนดีกว่า…

สีสวยจังเลย อยากกินอีก
14.การต้มเส้น ก็ต้มน้ำร้อนเดือดมากใส่เส้นต้มต่อสัก 3 - 4 นาที ลองหยิบมาชิมดู หากนิ่มแล้วก็เอาขึ้นแช่น้ำเย็นทันที เพื่อหยุดการสุกของเส้น จะได้ไม่เละ

15.แล้วก็มาถึงตราไก่น้อย เอาลงกระทัด ใส่ซอสญี่ปุ่น ผัดๆ สุกแล้วก้ใช้ได้ น่ากินอีกแล้วอ่ะ
16. นำทุกอย่างมารวมกัน ก็จะได้ แต่น แตน แต๊นนนน

แกงกะหรี่ชอคโกแลต ราเมน 
ว๊าววว สุดยอดน่ากิน
…
ทำไปได้ไงเรา 555
Tip&Technic
1.ใส่พริกแกงกะหรี่ไทย ลงไปด้วยนะ จะทำให้มีรสเผ็ดและอร่อยขึ้น รสแกงกะหรี่ญี่ปุ่นค่อนข้างจืด จะมีแต่รสหวานชอคฯ และ หวานหอมของแอปเปิ้ลกับกล้วย
2.อาจทำหมูทอด วางโปะบนข้าวญี่ปุ่น แล้วเอาแกงกะหรี่นี้ราดข้าวก็ได้จ้ะ
3.การถ่ายภาพอาหารให้น่ากิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “แสง” หากเอาสีสดๆ สวยๆ ก็ถ่ายแสงธรรมชาติ จากหน้าต่าง หรือตรงที่แสงส่องถึง แต่หากทำให้อาหารมีความมันเงา ดูน่ากินแนะนำแสงสีส้มหรือเหลือง ลองหามุมแสงไฟสวยๆในบ้าน แล้วเอาอาหารไปวางถ่ายรูปดูนะคะ จะน่ากินขึ้นเยอะเลย

โอ่ย..เหนื่อย
…
แต่ก็คุ้มค่า
จำได้ววันนั้นหวานใจทำหลายชั่วโมง เหงื่อเปียกไปหมด ยิ่งถ่ายรูปไปด้วยทำไปด้วย มันเหนื่อยมั่กๆ ยากด้วย
หวานใจไม่รู้ว่า หวานใจชอบอะไรมากกว่ากันระหว่าง
ทำอาหาร
ถ่ายรูป
และแต่งรูปด้วยโฟโต้ชอบ
คง…ชอบทั้งสามอย่าง ก็เลยทำรูปออกมาได้แบบนี้ อยู่ดีๆ ก็นึกภูมิใจตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น
5555
ปล. ตั้งแต่ทำมายังไม่ได้ทำไรซ้ำสองเลย ไม่รู้ว่าจะทำได้อยู่หรือเปล่า 555
จบแล้ว
-ขอให้อร่อยกับแกงกะหรี่นะคะ-
รักแมวดื้อจ้ะ 

เปลี่ยนมากินปลาสิจ้ะ ได้โปรตีน แถมยังบำรุงสมองด้วย กินสัตว์ปีกมาก โรคเก๊าท์ก็ถามถึงเหมือนกัน ลดเนื้อสัตว์ (เนื้อวัว เนื้อหมู) ลดเนื้อไก่อีกอย่าง เหลือแต่เนื้อปลาหล่ะ (หาเรื่องชวนกินปลาดิบอีกหล่ะ) อิอิ
ป.ล. ถ่ายรูปอาหารที่มันวาวมากๆ โฟกัสมักจะหลุดจ้ะ ยิ่งใช้เลนส์ wide-normal ด้วย เราเห็นบางคนใช้ 85 หรือ 105 macro ไปเลย ระยะห่างจากวัตถุประมาณ 20-30 เซนติเมตร โฟกัสจะไม่ค่อยหลุดเท่าไหร่ เลือก f ที่ต้องการเพื่อปรับระยะชัดลึกเอา เรื่องแสงมันก็มีส่วนเหมือนกัน แต่สมัยนี้คงหาบ้านที่ทำครัวนอกบ้านกันยากแล้ว ลองปรับ saturate ในกล้องให้เพิ่มขึ้น น่าจะช่วยได้มาก (ถ้าไม่อยากถ่าย raw)
ไปหล่ะ.. ป.ล. ยาวกว่าคอมเม้นท์อีก อิอิ
++love you darling++
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.





