ว๊าว่าจะแข่งอัพบลอคกับแมวดื้อเสียหน่อย แมวดื้ออัพไปเรียบร้อยโรงเรียนแมวแล้ว หวานใจไ่ม่ได้ทำอาหารค่ะ เลยไม่มีอะไรจะมาอัพ พอดีได้ Fwd เมล์เรื่องอาหารมา (จานโปรดเสียด้วย) ปกติหวานใจได้เมล์พวกอาหารจะรีบส่งให้คนดีดี แต่ วันนี้จะส่งแล้วนึกขึ้นมาได้ว่า เราน่าจะอัพเสียเองสิ 555
วันนี้หวานใจจะพาไปกินโจ๊กน่าเจี๊ยะ ซึ่งหากไปกทม.จะให้แมวดื้อพาไปหม่ำค่ะ ดูรูปแล้วจะอยากเหมือนหวานใจ อิอิ

หวานใจไม่รู้ที่มานะคะ ว่าโจ๊กแต่ละอันคือไร
แต่ดูรูปก็น่ากเจี๊ยหลายอันเลย
อย่างอันนี้ หวานใจชอบจัง สีกุ้งกับไข่เข็มมันสวยดี

หวานใจว่าแมวดื้อจะสั่งอันนี้ค่า หมูยอ

อันนี้ก็น่ากิน เป็นเม็ดบัว แต่หวานใจไม่แน่ใจว่าจะอร่อยป่าวนา แต่ที่แน่ๆ ไข่เค็มนี่มันยั่วน้ำลายกันจริงๆ แม่คุณ

ชามนี้ก็น่าสนนะคะ หมูก้อนเบ้อเริ่ม ปาโก๋นี่สุดยอด …ยังไงน้องไข่เค็มก็เป็นพระเอกในใจหวาน อิอิ

ชามนี้ก็อยากสั่งอ่ะ ปลาใหญ่ดี ต้องมีน้ำเต้าเจี้ยวหน่อยน (นั่นมันข้าวต้มปลาเลี้ยว)
ทั้งหมดทั้งมวลหวานใจไม่กล้าฟันธงว่าจะอร่อยป่าว แต่เน้นเครื่องอย่างนี้มันก็จะน่ากินมากๆอยู่แ้ล้วใช่ป่่าวคะ
แต่หากหมักเครื่องดีๆ ก็อร่อยได้ เช่นโจ๊กหมูเด้ง เจ้าที่อร่อยคือหมูต้องเค็มๆ เด้งๆ ถูกไม๊ ตัีวโจ๊กยังไงก็คือโจ๊กอ่ะแหล่ะ เครือ่งหากใส่ไปเยอะๆ แต่จืดสนิทก็ไม่อร่อยหรอก

ร้านเค้าค่ะ ธรรมดามั่กๆ อยากไปพิสูจน์อ่ะ

ที่นี่เลยค่ะ ไม่ไกลเนอะ น่าไป
โอเค วันนี้จบแค่นี้แหล่ะ วันนี้แมวดื้อหม่ำผัดไทยอีกแล้ว
หวานใจอยากกินมากๆ ไว้จะทำเอง อิอิ


เมนูสุขภาพดี วันนี้เสนอ “ลาบเต้าหู้”
ทำง่ายมั่กๆ
อันนี้หวานใจใช้ ไมโครเวฟเลยทีเดียว
เสียอย่างเดียว ดันลืมซื้อมะนาวมาเจ้าค่ะ
ก็เลยใช้มะขามเปียกแทน เลยดูรูปแฉะๆไปหน่อย แต่ก็กินอร่อยค่ะ
เตรีมของกัน
เต้าหู้ขาว 1 ก้อน
ผักชีฝรั่ง
ต้นหอมผักชี
หัวหอมแดง
มะนาว
ข้าวคั่ว
น้ำปลา
น้ำตาล
ผงรสดี

วิธีทำ
1.เตรีมหั่นหัวหอม ผักชีต้นหอม ผักชีฝรั่ง ล้างผัก หั่นมะนาว เตรียมไว้ให้หมด
2.ทำข้าวคั่ว ด้วยการเอาข้าว สัก 2 ชต.ใส่ไมโครเวฟ (พอดีที่บ้านมีแบบ ไฟล่างบนสำหรับกริล เลยทำได้ แต่หากไม่มีก็ใส่กระทะง่ายกว่าค่ะ)
3.เอาข้าวคั่วมาตำๆๆๆ เพื่อความหอม บี้ๆ ให้ละเอียดค่ะ บริหารแขน
4.หั่นเต้าหู้ เป็นชิ้นเล็กๆ
5.เอากระเทียม ใส่ภาชนะที่เข้าไมโครเวบได้ สัก 2 นาทีให้กระเทียมหอมๆ
6.ใส่เต้าหู้ลงไป ผัดๆ ให้เข้ากับกระเทียม ใส่ผงรสดี เอาเข้าไมโครเวบอีก 3-4 นาที
7.เอาเต้าหู้ออกมา บีบมะนาวสัก 2 ลูก ใส่ข้าวคั่ว พริกป่น หอมแดง ผักชีฝรั่ง น้ำตาล น้ำปลา ปรุงรสให้อร่อย
8.เสริฟ พร้อมผักกาดหอมจ้า อร่อยสุดๆ

หน้าตาออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ


หน้าตาดูดี หวานใจลืมใส่หอมแดง
555
แต่มันทำง่ายมั่กๆเลยล่ะค่ะ
หากเป็นหมูคงอร่อยเนอะ
ช่วงนี้ กลับมาไดเอ็ทอีกแล้ว (ปลายๆวีคจะแผ่วๆ เลยกินเยอะ อิอิ)
ก็เลยอาจยังไม่ีมีเมนูอะไรใหม่ๆนะคะ อดใจรอชม อิอิ



ช่วงนี้ แม้จะอยู่ในช่วงไดเอตของหวานใจ
แต่ก็ยังไม่หยุดทำอาหารอยู่ดี
จริงๆแล้ว เค้กนี่ถือเป็นของต้องห้ามเลยทีเดียว แต่หวานใจก็ยังอดที่จะทำไม่ได้ อาทิตย์ที่แล้วก็ทำสโคนแสนอร่อย (นึกแล้วอยากกินอีก) ทำทีนึง ก็กินไปหลายอัน มันอดใจไม่ไหวนี่นา
แต่หวานใจก็ดีใจอย่างนึง ที่มี Whanjai Blog ที่เอาไว้เก็บสูตรอาหารของหวานใจ ไว้ทำกินเองวันหลัง เพราะเราทำอาหารน้อย เวลาจะทำอะไรก็ไม่ค่อยอยากทำซ้ำ อยากทำอะไรใหม่ๆ ดังนั้นสูตรอาหารดีๆ อาจถูกลืม หรือทำหายได้ หากไม่จดไว้ แล้วการทำบลอคก็ต้องมีรูป มีอะไรละเอียด ทำให้เวลาเรากลับมาทำ สามารถทำได้โดยง่าย ไม่ลืม หรือหายไปแน่นอน

เมื่อวานขณะนั่งดูทีวีกันอยู่ ก็มีรายการนึง ทำ “แครอทเค้ก” ดูวิธีแล้วง่ายๆมากๆ แล้วหวานใจก็ชอบทานแครอทเค้กอยู่แล้วอ่ะ เลยหันไปพยักหน้ากับคุณหมอที่นั่งอยู๋แถวนั้น โอเคพรุ่งนี้ เราทำกินกัน
แต่สูตรในทีวี ติงต๊องมาก แครอท ใส่สามหัว (อ่า หัวแต่ละคนมันเท่ากันนักนี่) วนิลา ก็เหยาะๆ ไปเถอะค่ะ หอมๆ (จะบ้าเหรอ สูตรอาหารนะ มาเหยาะๆ ได้ไง 1 ช้อนชาหรือ 2 ก็บอกมาจิ)
เลยไม่มั่นใจ เปิดเวบหาดีกว่า ก็มาตายรัง มาที่กรทู้ก้นครัวห้องพันทิพเหมือนเดิม ขอบอกได้เลยว่า….สูตนี้ “เวิร์ค” มากๆ เหมือนกะกินที่ ซีเคร็ด รีซีปเลยอ่ะ หวานใจชอบสุดๆ เห็นว่าเป็นสูตรคุณแพท งาขาว แต่เราทำตามวิธี+รูปของคุณ LittleCatz ขอบคุณมากค่ะ
เตรียมของกันก่อน
แป้งเอนกประสงค์ 2 ถ้วย
เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
(หวานใจใช้ LowFat หวานครึ่งเดียว ก็ใส่ 1 ถ้วยตวง)
น้ำมันพืช 1 ถ้วย
วนิลา 1 ช้อนชา
ไข่ขนาดใหญ่ 3 ฟอง ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง
(หวานใจใช้ 4 )
แครอทขูดแล้ว 3 ถ้วย
ถั่ววอลนัทสับหยาบๆ 1
(หวานใจใช้ถั่วธรรมดา ก็อร่อยนะ)
ลูกเกด 1 ถ้วย
ตามสูตรนี้หวานใจ เปลี่ยนเรื่องน้ำตาล กันความอ้วน แล้วก็ไม่ใช่ผงชินามอนค่ะ ไม่ชอบเครื่องเทศ อิอิ

น้ำตาลแบบ Lite ดี ต่อไปนี้จะใช้น้ำตาลนี้ทำอาหาร ก็คือหากเค้าให้ใส่ 1 ส่วน น้ำตาลนี้เราก็ใ้ช้แค่ 1/2 ส่วน แต่หวานใจใช้มานานแล้วแหล่ะ สบายใจหน่อย แต่เวลาใส่อะไรต้องระวัง เพราะมันหวานมาก ใส่แค่ครึ่งของน้ำตาลปกติค่ะ แพงหน่อย แต่สบายใจ
วิธีทำ

เปิดเตาอบ ไปคั่วถั่วให้หอม แห้งกรอบแล้วนำไปบุๆ ด้วยครกให้มันแตกๆหน่อยค่ะ อบด้วยความร้อน 180 c ประมาณ 10 นาที คอยสังเกตนจะมีกลิ่นหอม แล้วถั่วเริ่มเหลืองค่ะ

เอาน้ำมันพืช น้ำตาล วนิลา ใส่เครื่องตีให้เข้ากัน ประมาณ 3 นาที
พอเข้ากันแล้วใส่ไข่ไปทีละฟอง แล้วตีให้เข้ากัน ประมาณ 4-5 นาที

ได้ถั่ว ขูดแครอท คลุกกับลูกเกด สีสวยน่ากิน น้ำยายไหย…

แบ่งแป้งมา 1/4 ของแป้งทั้งหมด มาคลุกลงไปด้วย

แป้งที่เหลือ 3/4 ก็มาใส่ลงไปในน้ำมันพืชกับไข่ที่ตีไว้เมื่อกี๊ ใช้ไม้พายคนๆ เอาก็ได้คะ่ เนื้อเค้กจะได้ไม่แน่นและเหนียวเกินไป น่ากินมากๆเลยอ่ะ

แบ่งใส่ถ้วยๆ คือที่หวานใจใส่ถ้วยๆ แบบนี้ เพราะเวลาทำเสร็จแบ่งให้คนนู้นคนนี้ไปทานจะแบ่งได้ง่าย และดูน่ากิน หากว่าเราทำเป็นก่อนกลม หรือ ถาดๆ เวลาตัดแบ่ง อาจไม่ค่อยสวย แบ่งเป็นถ้วยๆน่ารักดี คนนึงก็กินหมดหนึ่งถ้วย หนึ่งคนไปเลย ชิ้นไม่ใหญ่เกินไป

ง่ายๆมากๆนะคะ แค่นี้ก็เอาเข้าเตาอบ แล้วก็….ถ่ายรูป 555 ดูดิ ความตั้งใจของคนทำขนม เดี๋ยวนี้ ต้องถ่ายรูปไปด้วยทำไปด้วย คิดว่า หลายๆคนคงเป็นแบบนี้เหมือนกัน 555

ไฟ 180 C ก็ประมาณ 20 นาที ขนมนี่จะไม่ค่อยพองฟูมาก ดังนั้นพอหน้าเริ่มปูดนิดๆ สีน้ำตาล ก็หยิบมาดูเอาซ่อมจิ้ม หากไม่ติดก็สุกแล้วค่ะ เอาออกมาเลย

ออกมาหน้าตาแบบนี้ น่ากินนะคะ….><

พอเสร็จแล้ว แกะออกมาจากพิมพ์ น่าตาน่ากิ๊น ภูมิใจขนาด… 555

แล้วเราก็มาทำหน้าครีมกัน
Cream Cheese Frosting
ครีมชีส 200 g
เนยจืด 150 g (หวานใจขอเนยเค็ม เพราะชอบเค็ม)
น้ำส้มเข้มข้น 2 ชต.
น้ำตาลไอซิ่ง 4 ชต. (หรือชิมจนกว่าจะชอบใจ)
สูตรนี้ได้ใจมาก อร่อยอ่ะ ชอบจัง

ตีครีมชีกับเนย ให้เข้ากันประมาณ 4-5 นาที ค่อยๆ ใส่ไอซิ่งทีละช้อน ใส่น้ำส้ม ตีให้เข้ากัน แล้วชิม รับรองอร่อย

เอาบีบลงไป น่าร๊าก ที่คลินิกเล่นบีบกันใหญ่ เละไปหมด แต่อันนี้หวานใจบีบเอง

หม่ำอ้ำๆ เนื้อเค้กไม่แฉะเกินไป อร่อยมาก ๆเวลาเจอลูกเกด กับถั่ว อร่อยๆๆ

ได้เวลาแจกจ่าย เอากลับบ้านไปฝากกันสนุกสนานค่ะ
หน้าตาดูดีเนอะ เวลาอยู่ในกล่อง ไปทำขายได้เลยนะเนี่ย อิอิ เสียดาย แมวดื้อไม่กินแน่นอน แครอทเค้ก อดเลย ไม่เป็นไรทำกินเอง สูตรนี้แม่น่าจะชอบ เพราะไม่มีเนยในสูตรเค้ก และก็มีถั่วมันๆ กับลูกเกดแล้วก็แครอทด้วย แม่ต้องชอบแน่ๆ กลับไปทำให้แม่กิน…แบบไม่เอาหน้า ให้ทายว่า ในบลอควันนี้ มีคำว่า “อร่อย” กี่คำ 555 ถามไปงั้นแหล่ะ แค่จะบอกว่า ..”เยอะ”จังนะเนี่ย มีคนว่าหลายคนแล้ว “ชมตัวเองก็เป็น” 55 ยอมรับโดยดุดสดี
อิอิ
เฮ้อ 11 โมงแล้ว งานเีพียบเลย เบื่อจัง
ไปล่ะค่ะ บายบายนะ


Breakfast Set
วันนี้นำเสนอ
“ราวิโอลี่ไข่แดง”
ได้ไอเดียนี้มาจากเวบ
AnneFriday.com
เวบบลอคเก๋ๆ รูปสวยๆ เรื่องราวหลากหลาย
เค้าแนะนำไว้
หวานใจว่ามันดูถ่ายรูปได้สวยและน่าอร่อยเลยทำซะเลยค่ะ
เตรียมของกัน
ไข่แดง 1 ฟอง (เก็บไข่ขาวไว้ทำอย่างอื่น)
แผ่นเกี๊ยว 2 แผ่น
ผักสลัด+น้ำสลัด 1 ชต.
ขนมปังบาเก็ตปิ้ง
เชดด้าชีส 10 กรัม

ตามสูตรเดิมเค้าบอกไว้ว่า แผ่นเกี๊ยวเป็นญาตห่างๆกับราวิโอลี่ แต่อาจจะปรุงไข่มากไป ใส่เกลือน้อยหน่อยเป็นสูตรทางจีนๆ แต่จริงๆ ก็คล้ายๆกันนั่นแหล่ะ ทำจากแป้งเหมือนกัน แต่หนากว่านิดหน่อย แผ่นเล็กกว่า ทำให้ห่อไรลำบากนิดนึง แต่ ใช้แทนกันได้ค่ะ เราชาวไทย หาแผ่นเกี๊ยว ง่ายยย เลยค่ะ
10 บาทได้เพียบเลย
ไข่ก็ตอกแล้วเอาเปลือกไข่ซ้อนรองรับไข่ไปมาก็จะได้ไข่แดงค่ะ

จริงๆ ตามสูตรในเวบ Anne เค้าให้ใช้ บีรชีส เพราะมันจะละลาย และมีรสนุ่ม เค้าบอกว่าเชดด้าชีส กลิ่นมันแจะแรงเกินไป ไม่เหมาะ และที่สำคัยไม่ละลายในราวิโอลี่ต้มด้วย แต่หวานใจ ไม่อยากซื้อชีสก้อนใหญ่เก็บไว้ ตอนแรกกะว่าจะไม่ใส่ ก็กลัวว่าไข่จะกลิ้งออกมา หรือกลัวไม่อร่อยเต็มที่
หันไปเจอเชดด้าชีสแบ่งขาย ก้อนเล็ก 20 กรัม เลยเอามาลองเล่นๆ
ก็เลยได้ที่กั้นไข่แดง กับ หน้าขนมปังบาเก็ตเสียเลย

เป็นไงคะ น้องไข่แดงในเขื่อน น่ารักเนอะ จริงๆหวานใจว่า ไม่ต้องกั้นเขื่อน น้องไข่แดงเค้าก็จะไม่ไหลไปไหนค่ะ เพราะเค้ามีเปลือกบางๆใสๆ ห่อเค้าอยู่แล้ว อย่าทำให้แตกแล้วกันค่ะ

ขั้นต่อไปก็ห่มผ้าให้น้องไข่แดงกันค่ะ เอาแผ่นเกี๊ยวอีกแผ่นมาแปะ้ อ้อก่อนแปะต้องเอาไข่ขาวหรือน้ำเปล่าทารอบๆ แ่ผ่นเกี๊ยวบน แล้วแปะไปค่อยๆกดให้รอบๆ ไม่งั้นเดี๋ยวไข่ไหลยอ้ยยออกมานะคะ ง่ายมากๆค่ะ

ต้มน้ำให้เดือด ใส่ราวิโอลี่ไข่แดงลงไป ต้มจนเกี๊ยวเริ่มใส ดูเอา หากอยากให้ไข่แดงสุกมากก็รออีกนิด จะเห็นเลยว่า ไข่มันเป็นก้อนๆค่ะ

เสร็จแล้วโรยเกลือ กับพริกไทยดำตกแต่งด้วยผักสลัดค่ะ

งานนี้หวานใจเพิ่มบาเก็ตปิ้ง หน้าชีสที่เหลือตะกี๊ ลงไปด้วย

วินาทีเจาะไข่แดงค่ะ น่ากิจใช่ไม๊ล่า
ปิดท้ายด้วย

รูปสวยๆจากหวานใจนะคะ
คิดว่าแมวดื้อต้องชอบกินแน่ๆเลย แม้จะไม่กินผักก็ตาม อิอิ
น่าทานไม๊คะดาร์ลิ๊ง
ไว้เค้าทำให้กินนะจ๊ะ
จุ๊บ ๆ


หารูปเก่ามาขึ้นบลอคอีกแล้วจ้า
วันนี้ขอเสนอ
“เห็ดสามสหาย”
เมนูเห็ดๆ ของสาวๆจ้า
สัดส่วนไม่รู้อ่ะนะ ทำมั่วๆ เอา ดูแล้วน่าจะมีส่วนประกอบดังนี้
สหายหนึ่ง เห็ดหอมสด หัวเหม่ง
สหายสอง เห็ดนางฟ้า คนสวย
สหายสาม เห็ดเข็มทอง ตีสิบ
ไข่ 2 ฟอง / ซอสหอยนางรม / ซอสถั่วเหลือง / ผงรสดี /น้ำตาลนิดนุง/กระเทียม 3 กลีบ

เห็ดหอมสด มีขายที่โลตัสค่ะ แต่หากที่บ้านมีเห็ดหอมได้ก็ใช้ได้เช่นกัน
แค่นำเห็ดหอมแห้งไปแช่น้ำให้นิ่ม แล้วตัดโคนออก ผ่าแบ่งครึ่งนะคะ

ส่วนเห็ดนางฟ้าใช้ได้เลย เห็ดเข็มทองโด้ยจ้า หั่นๆ ให้กินไม่ลำบากนะคะ

ใส่น้ำมันลงกระทะ แล้วเอากระเทียมลงไปเจียวให้หอม
แล้วตามด้วย เห็ดชนิดต่างๆ ผัดๆๆๆ ให้หอมๆ
พอเห็ดเริ่มสุก
เขี่ยออกข้างๆ ต่อยไข่ให้สลบลงไปในกระทะ
รอให้ไข่เริ่มสุก ก็ผัดๆๆๆๆ รวมกัน
ปรุงรส น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ผงรสดี น้ำตาลครึ่งช้อนชา น้อยเดียวพอ

ตักข้าวสวยใส่ชามน้อย

แล้วก็ตักเห็ดสามสหาย โปะหน้าข้าวได้เลย น่ากินใช่ย่อยเลยใช่ไม๊คะ
เมนูสุขภาพ ไม่ต้องมีเนื้อสัตว์ก็อิ่มอร่อยกับโปรตีนจากเห็ดได้เลยเต็มๆค่ะ
ประโยชน์ของเห็ด
เห็ดหอม ซึ่งถือได้ว่าเป็นเห็ดอายุวัฒนะเลยทีเดียว เพราะช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็ง ในเห็ดหอมยังมีกรดแอมิโนอยู่ถึง 21 ชนิด มีวิตามินบี 1 บี 2 สูงพอๆ กับยีสต์ มีวิตามินดีสูงช่วยบำรุงกระดูกและมีปริมาณโซเดียมต่ำ เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคเกี่ยวกับไต นอกจากนี้ยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก จึงช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
เห็ดเข็มทอง ถ้ากินเป็นประจำจะช่วยรักษาโรคตับ กระเพาะและลำไส้อักเสบเรื้อรัง
เห็ดนางฟ้า ป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนของเลือด และการย่อยของกระเพาะอาหาร เห็ดนี้ มีเนื้อเหนียวนุ่ม รสชาดนุ่ม นำมาทำอาหารได้หลายชนิด
ข้อมูลจาก โหราพา ดอทคอมค่ะ
ดึกแล้วรีบกลับบ้านล่ะ
ฝากถึงคนดี วันนี้ไม่ได้ไปวิ่งค่า ฝนตกอีกแล้ว
ฟ้ามืดไปหมดเลย แงๆๆ เศร้า
…
โกรธ ฝนตกสองวันแล้ว
หิว!!


หวานใจเอางานมาส่งสักทีค่ะ
ดองไว้นานทีเดียว มิใช่แค่บทความ รูป เรื่องแกงกะหรี่นี้นะคะ
แกงกะหรี่หม้อนี้ ยังเหลือ ฟิตแข็งอยู่ในตู้เย็นอยู่เลยค่ะ ก็กินคนเดียวหม้อเบ้อเริ่มนี่นา
ก็แบ่งไว้กิน ฟิตฟอสซิลไว้ก่อน สักวันอยากๆ ค่อยเอามากิน
วันนี้หวานใจเสนอ
“แกงกะหรี่ ชอคโกแลต”
อ๊า
อย่าเพิ่งตกใจกันไป ว่าแกงกับชอคโกแลตมันจะเข้ากันได้ไง งานนี้ยังมีเพื่อนสนิทร่วมก๊วนอย่างแอปเปิ้ล กล้วย แครอท
อ่า…งงกันเลยล่ะสิ
หวานใจไปหาสูตรมาจากคุณ Calamity ณ พันทิพค่ะ
(เค้าถ่ายรูปสวยมากๆ ดูบลอคเค้าแล้วทำให้หวานใจ ฮึกเหิมมั่กๆ)
..
ของเค้าทำคัตสึ เคอรี่ คือแกงกะหรี่หมูทอด
แต่หวานใจขอเปลี่ยนเป็น ไก่ผัดซอส เคอรี่ แล้วกัน แค่ทำแกงกะหรี่ก็แย่แล้วให้ทำหมูทอดอีกเหนื่อยตายพอดี (อ้วนด้วยค่ะ) เอาเป็นไก่ทอดดีกว่า หอมๆ
ไปดูส่วนประกอบกัน

: : ส่วนประกอบ : :
ก้อนแกงกะหรี่ญี่ปุ่น 1 กล่องมีสองก้อน ใช้ก้อนเดียวพอค่ะ
แอปเปิ้ล
แครอท
มันฝรั่ง
กล้วยหอม
หัวหอม
เนย 1 ชต
พริกไทย
เกลือ
ไก่ผัดซอส
ไก่หั่นเป็นเส้นๆ
ซีอิ๊วญี่ปุ่น (ตราทาคูมิก็ได้ค่ะ)
พริกไทย
น้ำมันงา เอาไว้หมัก ทำให้ไก่มีกลิ่นหอมมากค่ะ
: : ขั้นตอนการทำ : :
1. หั่นไก่ หมักซอสกับน้ำมันงาไว้ก่อนนะคะ จะได้นิ่มๆ หอมๆ

2.หั่นทุกอย่าง ให้เล็กๆ เด๋วเอาให้ละลายลงซุปไปเลย ละลายในปาก อิอิ

3.ใส่เนยลงกระทะ พอเริ่มละลาย ผัดหัวหอมที่ซอยไว้ เอาให้นิ่มเลยนะคะ หอมฉุยผัดจนเหลืองๆ เลยค่ะ

4. ผัดหอมแล้วเติมน้ำเปล่าไป สักครึ่งหม้อเลยค่ะ ไม่ต้องใช้น้ำสต๊อคก็ได้เ พราะในก้อนแกงกะหรี่มีรวมน้ำสต๊อคไว้แล้วจ้ะ

5.พอคนๆ ให้หัวหอมเริ่มนิ่ม เหลืองๆ ก็ใส่ก้อนแกงกะหรี่ลงไป ขั้นตอนนี้ หากจะเติมพริกแกงกระหรี่ไทยลงไปสักช้อนโต๊ะ จะเพิ่มความเข้มข้นและเผ็ดสมรสคนไทยหน่อยค่ะ
6. พอเราใส่ก้อนแกงกะหรี่แล้ว น้ำจะข้นขึ้นมา ดูน่ากิน และดูมืออาชีพขึ้นมาทันตา 555
7.พอเริ่มเดือด ใส่ผักก่อนค่ะ แครอทกับมัน แล้วพอเดือด ตุบตุบ ก็เบาไฟค่อยๆคนนะคะ ไฟแรงจะติดหม้อได้
8.เคี่ยวไปเรื่อยๆ สักพัก ก็ตามด้วยแกงค์ผลไม้ค่ะ แอปเปิ้ล กล้วย
9.ไฟอ่อนๆ แล้วเคี่ยวให้ผักผลไม้นิ่ม สัก 2-3 ชม.ก็พอ ถึงตอนนนั้น ก็ปรุงรสนิดหน่อย ด้วยเกลือและพริกไทย
..

10. พอผักผลไม้เริ่มนิ่ม ก็มาใส่นางเอกค่ะ ตามสูตรเค้าน่ะใช้ชอคโกแลต เซมิ สวีท ของ เฮอร์เชยเลย แต่ไม่อยากซื้อเยอะ เปลืองไม่รู้จะเก็บไว้ทำไร มันอ้วน ก็เลยไปซื้อ เฮอร์เชยเหมือนกัน แต่เป้นดาร์คชอค อัลมอนด์ (ของโปรด )มาแทน คิดว่าคงแทนกันได้ มันหวาน แต่แอบมีถั่วด้วย 55 เอาขำๆ ปุ๋มว่ามันพอได้แหล่ะ อาศัยเมนูหนุกๆ (แมวดื้อบอกว่าชอคนี้เค้าปรุงแต่งแล้ว เอามาทำอาหารได้ไง) หวานใจก็ไม่รู้อ่ะ มันก็หวานมันเหมือนกัน
11.คนๆ ให้ละลาย การใส่ชอคโกแลตไปทำให้รสหวานมันกลมกล่อมค่ะ อร่อย คงคล้ายๆกับ ขาหมูโอวัลตินนั่นแหล่ะค่ะ แปลก…แต่อร่อยอย่างประหลาด อิอิ

12.การเคี่ยวใช้เวลาค่อนข้างนาน หม้อเลอะเทอะเลย กว่าจะได้กิน ต้องหมั่นคนนะคะ มันติดหม้อ
13.ระหว่างรอให้แกงกะหรี่ เข้มข้น เราไปต้มเส้นอุด้งกัน หวานใจ มีเส้นบะหมี่ญี่ปุ่นเหลือ เลยคิดว่าทำแบบโอออิชิราเมนดีกว่า…

สีสวยจังเลย อยากกินอีก
14.การต้มเส้น ก็ต้มน้ำร้อนเดือดมากใส่เส้นต้มต่อสัก 3 - 4 นาที ลองหยิบมาชิมดู หากนิ่มแล้วก็เอาขึ้นแช่น้ำเย็นทันที เพื่อหยุดการสุกของเส้น จะได้ไม่เละ

15.แล้วก็มาถึงตราไก่น้อย เอาลงกระทัด ใส่ซอสญี่ปุ่น ผัดๆ สุกแล้วก้ใช้ได้ น่ากินอีกแล้วอ่ะ
16. นำทุกอย่างมารวมกัน ก็จะได้ แต่น แตน แต๊นนนน

แกงกะหรี่ชอคโกแลต ราเมน 
ว๊าววว สุดยอดน่ากิน
…
ทำไปได้ไงเรา 555
Tip&Technic
1.ใส่พริกแกงกะหรี่ไทย ลงไปด้วยนะ จะทำให้มีรสเผ็ดและอร่อยขึ้น รสแกงกะหรี่ญี่ปุ่นค่อนข้างจืด จะมีแต่รสหวานชอคฯ และ หวานหอมของแอปเปิ้ลกับกล้วย
2.อาจทำหมูทอด วางโปะบนข้าวญี่ปุ่น แล้วเอาแกงกะหรี่นี้ราดข้าวก็ได้จ้ะ
3.การถ่ายภาพอาหารให้น่ากิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “แสง” หากเอาสีสดๆ สวยๆ ก็ถ่ายแสงธรรมชาติ จากหน้าต่าง หรือตรงที่แสงส่องถึง แต่หากทำให้อาหารมีความมันเงา ดูน่ากินแนะนำแสงสีส้มหรือเหลือง ลองหามุมแสงไฟสวยๆในบ้าน แล้วเอาอาหารไปวางถ่ายรูปดูนะคะ จะน่ากินขึ้นเยอะเลย

โอ่ย..เหนื่อย
…
แต่ก็คุ้มค่า
จำได้ววันนั้นหวานใจทำหลายชั่วโมง เหงื่อเปียกไปหมด ยิ่งถ่ายรูปไปด้วยทำไปด้วย มันเหนื่อยมั่กๆ ยากด้วย
หวานใจไม่รู้ว่า หวานใจชอบอะไรมากกว่ากันระหว่าง
ทำอาหาร
ถ่ายรูป
และแต่งรูปด้วยโฟโต้ชอบ
คง…ชอบทั้งสามอย่าง ก็เลยทำรูปออกมาได้แบบนี้ อยู่ดีๆ ก็นึกภูมิใจตัวเองขึ้นมาซะอย่างนั้น
5555
ปล. ตั้งแต่ทำมายังไม่ได้ทำไรซ้ำสองเลย ไม่รู้ว่าจะทำได้อยู่หรือเปล่า 555
จบแล้ว
-ขอให้อร่อยกับแกงกะหรี่นะคะ-
รักแมวดื้อจ้ะ 


ชื่อไฮโซ…แต่จริงๆ ก็คือมาม่า นี่เอง 555
หวานใจชอบเส้นของโอเรียลทอลมากๆ เพราะมันจะหนานุ่มกว่า มาม่าธรรมดาค่ะ เหนียวๆ เส้นอวบๆ กับน้ำซุปสไตลเกาหลี สีแดง ๆอร่อยมากๆ

พระเอก

นางเอก
งานนี้หวานใจขอตัวช่วยขาวๆ อวบๆ อีกครึ่งก้อนนะคะ
ส่วนประกอบ : มาม่า Oriental Kitchen 1 ห่อ : เต้าหู้ขาว 1/2 ก้อน : พริกหวาน 2 ชิ้น หั่นเป็นเส้นๆ
วิธีทำ : ต้มด้วยไมโครเวฟนะ
เอาเส้นใส่น้ำ ไปต้มเปล่าๆ ด้วยความร้อสูงสุดก่อน 3 นาที
เอาออกมา ใส่ผักแห้งซองๆ กับเครือ่งปรุง และเต้าหู้ลงไป
นำเข้าไปต้มอีก 5 นาที
ร้องเพลงรอ ออกมาก็อร่อยได้แล้ว
สูตรนี้ กินเอาอิ่มเลยค่ะ เพราะเราใส่เต้าหู้ไปด้วย

เส้นนิ่มๆ ของมาม่าสูตรนี้อร่อย นิ่มกว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วไป ต่ะก่อนก็มี มันชื่อว่า “เมียวโจ้” ที่ต้องต้มในหม้อเท่านั้น เส้นเหนียวๆ อร่อยมากๆเลยล่ะ
ทำกินเอาอิ่มเลยนะเนี่ย…:-) เมื่อวานซื้อมาม่าของนูดเดิ้ลมาใหม่สามรถ ไว้เอามารีวิว แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะกินหมด เพราะงดข้าวเย็น อิอิ


เมื่อวานโทรศัพท์คุยกันกับแมวดื้อก่อนนอน
แมวดื้อแนะนำกาแฟเซเว่นให้หวานใจไปหาชิม
Cappuccino Mix White Choccolate
…
ได้ฟังก็หูผึ่ง
รีบไปหาซื้อมากินโดยด่วน
..ปกติหวานใจจะกินกาแฟดำ 2 ถ้วย ต่อ 1 วัน..
เช้า กับ บ่าย หากไม่ได้กินจะง่วงมากทำงานไม่ได้
..
ที่กินไม่ใช่เพราะฝืนจะลดน้ำหนัก แต่หวานใจกินกาแฟมานามากๆ ตั้งแต่เริ่มทำงาน
จากวันแรกที่กินแค่ 1 ชช. น้ำตาล 2 ชช.
ตอนนี้
กาแฟ 3 ชช. น้ำตาล 1 ชช.
หลังๆ นี่กินน้ำตาลของslimma เลย 0 แคลอรี่ ไม่ต้องวอรี่อีกต่อไป
กินเท่าไหร่ก็ได้
..แมวดื้อบอกว่า ที่หวานใจเพลีย นอนไม่เต็มอิ่มสักทีเพราะหวานใจขาดน้ำตาล
…
ก็ไม่น๊า หวานใจกินแป้งทุกวัน ยังไงก็มีน้ำตาลอยู่ดี
..
..

มาที่เรื่องกาแฟคาปูของเขาช่องกันต่อ
แบบว่า รสชาดใช้ได้เลยนะ
กาแฟขมดีแหล่ะ
แล้วก็
มีรสหวานของไวท์ชอคด้วย
อยากลองชิมกลิ่นฮาเซลนัทด้วย
หวานใจชอบกลิ่นนี้มากๆ
…
แต่กินบ่อยๆไม่ไหวแน่ เพราะมันอ้วน หวานใจไม่เคยกินน้ำตาลปกติมานานแล้ว
กินแต่น้ำตาลเทียมกับน้ำตาลแคลอรี่ครึ่งนึงสำหรับปรุงอาหาร
…
อาทิตย์ละครั้งให้รางวัลกับตัวเอง
เปรียบเทียบหวานใจไปซื้อกาแฟร้อนคาปู อร่อยๆ ที่สตาร์บัคหรือว่าโอปองแปง
ก็แพงกว่านี้ตั้งหลายเท่า
แต่หวานใจว่าอันนี้ก็พอทดแทนได้อ่
…
ก็ที่ทำงานไม่ไ้ด้อยู่ในเืมืองกรุง เดินไปสองก้าวก็เจอร้านกาแฟนี่นา
..
แต่ดีแล้วหล่ะ ไม่เปลือง คริคริ
กินแค่นี้ก็อร่อยได้เหืมอนกัน
…
รสชาดของกาแฟ เรารับได้ก็พอ ไม่ต้องยี่ห้อหรอก
แต่..บางยี่ห้อก็อร่อยจนละลายเหมือนกันนะอิือิ
..
มีของแถม

ในขณะที่ไดส่วนตัว พูดถึงการลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่แอบกินกาแฟคาปู หวานๆ
กับ…
เลย์ รสปลาหมึกย่าง
..
ขอบอกว่า “อร่อยมากกกกกก”
หวานใจชอบมั่กๆ อดใจไม่ไหวกินหมดห่อเลย แบ่งให้คนอื่นกินด้วย
มันเหมือนกิืนปลาหมึกย่างเลยนะคะ
ชอบที่สุด อร่อยๆ เหม็นๆ 55
เคยเอาหมึกย่างมากินในห้องแอร์ป่าว
นั่นแหล่ะ คนไม่ได้กินจะเหม็นต้องมานั่งกินพร้อมกัน อิอิ
…
อร่อยมั่กๆ
..
มันเขียนข้างซองว่า
“จำนวนจำกัด”
ง๊า ทำไมทำแป๊ปเดียวอ่ะ
เค้าชอบบบ ><
จะกินอีกๆๆๆ
ต้องเบรกความอยากไว้ก่อง
ห่วยย มีมารมาทำลายโปรแกรมลดอ้วนช๊านนน
…
มีคนแอบกร่นด่า
ว่า…
เขียนไดทำอาหารอร่อยๆ ป้อนตัวเองกิน
หนอย มีน่าจะมาเขียน Diet Diary
อ่า…น่านสินะ มันน่าเจงๆๆ


วันนี้ หวานใจมีเมนูเด็ดมามาฝาก
นั่นคือ “สโคน” หรือบางคนเรียก”สคอน”นั่นแหล่ะ

หวานใจ รู้จักสโคนครั้งแรกเหรอ…ไม่แน่ใจ
แต่เคยมองด้วยความสงสัย ว่ารสชาด เจ้าก้อนๆ กลมๆ ที่เค้าเสริ์ฟกับชาร้อนๆ ในร้าน Vannila Indrusty คืออะไร ทำไม หลายโต๊ะ สั่ง อยากกินอย่างเนี๊ย…ไม่รู้จักแล้วจะสั่งอย่างไร
…
จนมาวันนึง เพื่อนหวานใจทำมาให้กิน
อ่า ใช่เลย อันนี้นี่เอง
หลังจากนั้นมา หวานใจก็หลงรักสโคนเข้าอย่างจัง
เพราะหวานใจเป็นคนชอบกินกาแฟดำมากๆ กินวันละสองสามแก้ว
ซึ่งสโคน ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด กับแก้วกาแฟยามบ่ายของหวานใจ

…
เริ่มทำสโคน จากสูตรในหนังสือ เพราะเค้าว่ามันง่ายแสนง่าย
ใช่แล้วค่ะ แล้วสโคนก็กลายเป็นขนมอบ ชนิดแรกที่หวานใจเริ่มทำ
ผลเหรอคะ ออกมาหน้าพอใจ หวานใจพอใจ และภูมิใจมาก
…
แล้วสโคนมีสูตรเยอะมากๆ หลายสูตร
ก็ลองเปลี่ยนใจไปเรื่อยค่ะ เพราะพูดกันตามความจริง หวานใจก็ยังไม่เจอสูตรไหนที่เป๊ะเช๊ะ จนหวานใจสามารถใช้เป็นสูตรหากินได้เลย
แถมบางสูตรที่ทำ ยังแข็งซะน่ากลัว เรียกได้ว่า เล่นเอาอายไปเลย
…
หวานใจไปได้กินสโคนที่ Vanilla Indrustry แล้วหล่ะค่ะ สมคำร่ำรือ สโคนที่นี่เสริ์ฟพร้อมแยมสตอร์เบอรี่ กับครีมหอมๆ หวานนิดหน่อย ชาร้อนหนึ่งแล้ว หวานใจมีความสุขม๊ากมาก และคิดว่า สักวันจะหาสูตรสโคนที่ทั้งหอมและนิ่มแบบนี้ให้ได้
…
และวันนี้…หวานใจได้ได้สูตรนั้นแล้ว
ตอนทำตอนแรกนะ นึกว่าจะเหลวแล้วเสียอีก ก็ทำตามสูตรแล้วมันออกมาเหลวเป๋วเลย ไม่เป็นก้อน แล้วจะตัด จะอบ จะปั้น กันยังไง…แต่หวานใจก็แก้ปัญหาได้จนได้
แต่แหม…แอบบ่นนิดนึงว่าสูตรผิดหรือหวานใจเมากันแน่ ทำไมมันเหลวมากๆ แบบนี้ หวานใจต้องเติมแป้งอีกตั้งเป็นถ้วยเลยนะ
…
บางขั้นตอนหวานใจข้ามการถ่ายรูปไปนะคะ วันนี้ทำทีี่ทำงาน คนมุมเต็มเลย ถ่ายรูปไปด้วย เค้าจะว่าบ้าเอา อีกอย่าง ตัวหวานใจเลอะเทอะไปหมดเลย ทั้งแป้ง ทั้งเนย ทั้งนม ตัวแบบ หอมหึ่งค่ะ…555
…
พร้อมจะทำยัง?
ไปเตรียมของกันเลย

(ขอขอบคุณสูตรจาก หนังสือ MayMade)
- แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ถ้วยตวง
- ผงฟู 4 ชช.
- เบกกิ้งโซดา 1 ชช.
- น้ำตาล 1/4 ถ้วย
- เกลือ 1 ชช.
- ไข่ 1 สำหรับแป้ง อีก 1 สำหรับ ทาหน้า (เอาเฉพาะไข่แดง)
- วนิลา 1 ชช (หวานใจเพิ่มเอง)
- ชอคโกแลตชิฟ 80 g
- นมสด 1 ถ้วยตวง
(หวานใจเพิ่มเอง) ทำให้กินสโคนได้โดยไม่ต้อง ทาแยม เพราะกินได้เลยหากมีงบเยอะ ใช้ชอค เฮอร์ชี่ที่เป็นเม็ดๆเลยก็ได้ค่ะ แพงดี แต่วันนี้เป็นสูตรทดลองทำแจก หวานใจใช้ชอคแต่งหน้าเค้กแบบธรรมดานะคะ เอาพอหวานๆ
วิธีทำ
** เปิดเตาอบ 180 C วอร์มตาไว้เลย**
1.ร่อนแป้งกับผงฟู เบกกิ้งโซดา เกลือ พักไว้
2 ตีเนียที่อุณหภูมห้อง ค่อยๆใส่น้ำตาลลงไป เนยจะพองฟูขึ้น ใส่น้ำตาลจนหมด เนียสีจางลง ฟูขึ้น เป็นอันใช้ได้
3 ใส่ไข่ลงไป ตีให้เข้ากันสักพัก
4 ใส่วนิลาลงไป
5 ใส่แป้ง แบ่งแป้งเป็น 3 ส่วน (กะๆเอา) ส่วนหนึ่งใส่ลงไป ตีให้เข้ากัน
6 ใส่นมครึ่งหนึ่ง ตีให้เข้ากัน
7 ใส่แป้งส่วนที่ 2 ตีต่อ ด้วยความเร็วต่ำ
8 ใส่นมส่วนหลังทั้งหมด
9 .ใส่แป้งส่วนสุดท้าย
ให้เครือ่งคนๆ ตีๆให้เข้ากัน ไม่ต้องนาน ให้พอเข้ากัน

10 โรยแป้งที่โต๊ะ หรือถาดรอง นำส่วนผสมที่ผสมไว้มานวด กับ แป้ง ค่อยๆ เติมแป้ง นวดๆ ให้เข้ากัน เนื้อจะเหลวๆหน่อย ก็โรยแป้งลงไป เอาจนให้แป้งไม่ติดมือค่ะ

11 เอาที่นวดแป้งหรือขวดเกลี้ยงๆ มานวด รีดๆ ให้แผ่ๆ หนาประมาณ 1 นิ้ว แล้วตัดตามรูปที่อยากได้ สโคนส่วนใหญ่ตัดเป็นสามเหลี่ยม หรือ ใช้พิมพคุ๊กกี้ตัดเป็นวงกลมค่ะ
12 หากส่วนผสมที่นำออมาเหลวมากๆ ก็นำไปแช่เย็นสัก 20 นาทีก่อนก็ได้ค่ะ เนยจะได้ไม่ละลายเหลวเกินไป

13 ทาเนยที่เหลือ ที่ถาดรอง โรยแป้ง บางๆ แล้วเคาะ ส่วนที่เกินๆ ออก ตัดส่วนผสม แล้วก็ วางลงบนถาด อย่ให้ใหญไป หรือ วางติดกันเกินไปนะคะ เพราะเดี๋ยวมันจะขยายสองเท่าค่ะ
14 นำนมสดมาทาด้านบนบางๆ ตามด้วยไข่แดง (อร่อยเหาะ และสีสวย)

14 อบประมาณ 15-20 นาที คอยดู โดยการนำออกมา เอาซ่อมจิ้มลงไป หากไม่มีไรติดซ่อมมาก็แปลว่าสุกแล้ว แต่ก็…ดูให้มันแห้งๆหน่อยก็ดีนะคะ ช่วงหลังๆ นี่เฝ้าหน้าเตาเเลยก็ดีค่ะ เพื่อความปลอดภัย คอยเช็คทุก 5 นาทีก็ได้ค่ะ

รอให้เย็นนิดนึง ข้างนอกจะกรอบ ข้างในจะนิ่มๆ อุ่นๆ อร่อยสุดๆไปเลยค่ะ
จริงๆ ทาเนยสด กับแยม ก็จะอร่อยมากๆ ตอนจะกินก็ไปอุ่นให้อุ่นๆ หอมๆ อร่อยกว่าค่ะ

แต่สูตรนี้ ทานเล่นได้เลย เพราะมีชอคชิพชิ้นเล็กๆ หวานนิดๆ ติดลิ้นอยู่แล้ว กินเล่นได้เลยค่ะ หากชอคใหญ่ๆ อย่าเม็ดเฮอชี่ อาจหวานจริงจังไปนิดด…อาจเลี่ยนแล้วตัดรสกาแฟได้นะคะ ปุ๋มว่ ชอคแบบนี้หวานไม่มาก ก็โอนะคะ
เขียนยาวมากๆเลย ….

หวังว่า ทุกคนคงมีความสุขกับสโคนสูตรนี้นะคะ
อ่านๆกันแล้วก็คอมเมนท์มั่งจิ ขอกำลังใจหน่อยนะ…รูปสวยจังเลยยย (ชมตัวเอง 555)

สุดท้าย ก็คือการหม่ำๆ ค่ะ ใส่เนยสดหอมๆ ลงไปบนสโคนอุ่นๆ จากไมโครเวฟ
กาแฟ หรือ ชา ก็แล้วแต่
ขอบอกว่า
…
“อร่อยสุดๆ ไปเลย”
อิอิ
วันนี้เปลี่ยนตีมใหม่ สวยดี สนุกดี ได้เปลี่ยนอะไรหมดเลย ยังคงแก้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ อิอิ
อืม…
ผลมาจาก แมวดื้อคนเก่ง ที่ช่วยทำให้หวานใจแล้วก็สอนๆ ๆตอบคำถามๆๆ
55 เราสองคนหนีงานมาทำบลอคกัน
ทำกันสองคนอ่านกันสองคนตายาย
กร๊ากกก
ไปล่ะค่ะ บั๊บบาย


มาซะทีนะคะ…
ไปซื้อกุ้งหลายวันไปหน่อยน่ะค่ะ
หุหุ
ก็จบจากวันนั้นที่ซื้อกุ้งแล้ว
ก็โดนลากไปกินข้าวเย็น สองวันเลย
อดทำกัน
…
เลยมาทำตอนเช้าวันจันทร์
ไปทำงานสายเรยยยย
…
เรามาเริ่มทำกันเลยไม๊คะ
ขอขอบคุณสูตรจากเวบ ปูขาเก เซมารู
จากลิงค์ waiting cook นะคะ
…
(เนื่องจากทำตอนเช้าค่ะ เลยรีบ เลยถ่ายรูปมานิดหน่อยเอง แต่ไม่ยากค่ะ)
กุ้งอบวุ้นเส้น

: :เตรียมของ : :
กุ้งขาว(ในโลตัสมีขาย) ประมาณ ๒-๓00 กรัม
วุ้นเส้น ๑๒0 กรัม แช่น้ำพอนิ่ม
รากผักชี ๓ ราก
กระเทียมกลีบใหญ่บุบพอแตก ๔-๕ กลีบ
ขิงฝานเป็นแว่น ๓ แว่น
พริกไทยโขลกหยาบๆ ๑ ชช.
น้ำตาลทราย ๑ ชช.
ใบขึ้นฉ่าย ๑ กำมือ(ถ้าไม่มีใช้ใบเซราลี่แทนได้)
น้ำซุปไก่ ๑ ถ.
เบคอนสไลด์ ๒ แผ่น หั่นเป็นชิ้นๆ
(หวานใจตัดออก เพราะกลัวอ้วน แต่หากทำให้แมวดื้อนั้น ใส่แน่นอนจ้ะ)
น้ำมันหอย ๒ ชต.
ซีอิ๊วขาว ๑ ชต.
ซึอิ๊วดำ ๒ ชช.

วิธีทำ
1. ล้างกุ้งให้สะอาด จะปลอกเปลือกหรือไม่ก็ได้ แต่พอดีปุ๋มเก็บกุ้งไว้สองวันแล้ว เลยต้อง ล้างให้สะอาดเอี่ยมค่ะ มีแอบไม่ล้างสองตัว อยากดูว่ามันจะสวยกว่าไม๊
2.แช่วุ้นเส้นในน้ำให้นิ่มค่ะ แช่นาน หรือ เร็ว ค่าเท่ากัน อันนี้ หม่อมแม่คอนเฟริ์ม
3.หันมาเตรียมเครื่องหอมต่างๆ รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขกให้เข้ากันหยาบๆ
4.หั่นขิงเป็นแว่นๆ หวานใจชอบขิง หั่น เล็กๆ จะได้หอมๆ
5.นำวุ้นเส้นที่ นิ่มแล้ว มาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุง ทั้งหมด เติมซอสหอย น้ำมัน ทุกอย่างที่เตรียมไว้ คลุกให้ทั่ว เอากุ้งคลุกไปด้วยก็ได้ ใส่ขึ้นช่าย บางส่วนลงไปจะได้หอมๆ โรยหน้าอย่างเดียวไม่หอมพอ
7.หวานใจไม่มีหม้อดิน จับใส่กระทะเทปลอน (แม่บอกว่าใช้อันนี้อ่ะ ดีไม่ติดก้น)
8.เอาน้ำหนึ่งถ้วยใส่ไมโครเวบใส่ซุปไก่ก้อน 1 ก้อน 5 นาที คนให้เข้ากัน

9.เติมน้ำลงไปในหม้อ หรือกระทะที่เตรียมไว้ เปิดไฟ ปิดฝา 8-10 นาที
10. วุ้นเส้นจะดูดน้ำขึ้นมา เสร็จแล้ว แต๊แด……….แต……….

: : กุ้งอบวุ้นเส้น : :

ฝีมือหวานใจเองจ้า
หวานใจเป็นคนชอบกินวุ้นเส้นมากๆ
และเมนูนี้ แม่ก็ทำให้กินตั้งแต่เด็กๆ หวานใจจำได้แม่ว่าแม่ เอาเนย คลุกเส้นด้วย
ตอนเปิดหม้อขึ้นมา กลิ่นจะหอมมากๆ
กุ้งอร่อย หวาน วุ้นเส้นนิ่ม หอม
..
หวานใจชอบกุ้งอบวุ้นเส้นที่สุดเลยจริงๆ
…
ในที่สุดวันนี้ก็ทำเป็นแล้ว
นึกแล้วอยากทำอีกแหล่ะ
…
โทรไปถามวิธีทำจากแม่ (เพื่อความแน่ใจ)
ตลกมากๆ
แม่สอนไป หัวเราะไป เพราะสอนไป เราก็ถามไปตลอด
หวานใจ : แม่ เอามันใส่กระทะ มันไม่เหมือน ผัดวุ้นเส้นตรงไหนอ่ะ
แม่ : (เงียบ…คิด)…(หัวเราะ) อ้าว…ก็…ไม่รู้สิ (หัวเราะอีก) … แหม ก็เค้าเรียกแบบนี้
หวานใจ : ก็แค่เราเอาตะหลิว ผัดๆๆ กวนๆ มันก็คือผัดแล้วอ่ะ
แม่ : ไม่รู้สิ…(จนมุม)
หวานใจ ถามแม่แล้วตลกดี เพราะแม่ไม่รู้หรอกว่า ต้องใส่น้ำปลากี่ช้อนโต๊ะ วุ้นเส้นกี่กรัม น้ำตาลกี่ช้อนชา…แม่แค่บอกว่า
“ก็ใส่ๆ ไปน่ะแหล่ะ ปรุงๆเอา”
..
ตลกจริงๆเลยแม่เรา
แต่เราก็เป็นนะ
ไม่ตวงชั่งหรอก อาหารไทย
ใช้อารมณ์ ปรุงเอา…
ไม่อยากคุย
อร่อยทุกที
555
….

ไว้จะทำกินอีก อร่อยดี
..
จริงๆนะ
.
ง่าย….มั่กๆ
…

อยากทำให้แมวดื้อกินจังเลยยยย แมวดื้อต้องชอบแน่ๆ
Tip: ตำพริกกระเทียม บีบมะนาว น้ำตาล น้ำปลา ปรุงรส ทำน้ำจิ้มซีฟู๊ด เอาไว้จิ้มกับกุ้ง จะอร่อยมากๆ หวานใจกินหมดถุงเลย เพราะเอามาจิ้มวุ้นเส้นนิ่มๆ ร้อนๆ ด้วยอ่ะ ขอบอกว่า อร่อยสุดๆ คิดแล้วน้ำยายไหล….






