อาหารดีมีประโยชน์ ที่เค้าว่ากันว่า กินเยอะๆ แล้วจะฉลาด ได้แก่ ปลาน้ำลึกทั้งหลาย (ไม่ใช่ปลาน้ำจืด บ้านๆเรา อ่า..)
เช่นปลาอินทรีย์ ปลาแซลมอล ปลาทูน่า…แต่ปลาที่เป็นสุดโปรดของหวานใจก็คือ แซลมอน กับ ซาบะ เดาได้หลังจากเสพติดปลาสองชนิดนี้ก็คือมันมีความมันค่อนข้างสูง ด้วยความที่คิดว่าเป็นปลา ยังไงซะก็ไม่อ้วนหรอก แต่จริงๆ แล้ว แซลมอล โดยเฉพาะส่วนหนัง ก็มีแคลอรี่ไม่ไกลจากหมูมากเท่าใดนัก คือแคลอรี่ ที่เกิดจาก “ไขมันดี” ซึ่งนั่นแปลว่า คุณจะสุขภาพดี แต่ก็อาจจะยากนิดนึงกับการลดน้ำหนัก สรุป กินได้ แต่อย่ามากเกิน

หวานใจอึ้งๆ ไปพักใหญ่กับจำนวนแคลอรี่เฉียดๆ 300 จะเท่าหมูอยู่แล้ว แต่ก็กินได้แต่ไม่บ่อยเท่าที่ต้องการแค่นั้นเอง
มาดูกันว่า หวานใจกินปลาแซลมอนอย่างไร
ปลาแซลมอน เป็นเมนูที่เราคิดว่า เราต้องไปกินในร้านอาหารญี่ปุ่น ย่างซีอิ๊ว หรือ ย่างเกลือ และราคาค่อนข้างสูง ความเป็นจริงแล้วเราหาปลาแซลมอนกินได้ไม่ยากเลย ไปโลตัสหรือบิ๊กซี เค้าจะหั่นเป็นแว่นๆ อยู่แล้ว กก.ละ 295 บาทประมาณนั้น แต่หากเราซื้อ สองชิ้นก็ตกแค่ หกสิบ เจ็ดสิบบาทเองนะ
การทำก็แสนง่าย…. ล้างชิ้นปลาให้สะอาด คลุกเกลือหรือหมักซอสญี่ปุ่นไว้ หมักไว้ ประมาณ 30 นาที นำไปจี่ในกระทะเทปล่อน แป๊ปเดียวก็สุก (หวานใจเลี่ยงไม่ใช้น้ำมันทอด มันไม่จำเป็น) หรือ อบในไมโครเวบ ใส่ภาชนะปิดฝา (ที่มีรูระบาย) จะทำให้ปลาไม่เสียความชุ่มชื้นไป
กินคู่กับ บลอคโคลี่ หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน ราดด้วยมายองเนส (โลว์แฟท) หรือน้ำสลัด แค่นี้ ก็อร่อยกับปลาแซลมอลได้ที่บ้านง่ายๆแล้วค่ะ
อยากทำอาหารจัง ยุ่งมากๆ…แต่ยังไงก็ไม่ทิ้งนะจ๊ะ
รักนะๆๆๆ
“เผื่อใครเสริ์ชมาเจอเรื่องแคลอรี่ของอาหารมื้อนี้”
Broccoli 151 g(stalk) = 51 calories
Salmon 100g = 180 calories
ปลาอินทรีย์ Spanish Mackerels 4 ounces (114g.) = 150 calories

เมนูสุขภาพ วันนี้ ได้แก่ ผัดบลอคโคลี่กุ้ง เพิ่มความอร่อยด้วย เต้าหู้อ่อนจ้า
หวานใจ ชอบกินเต้าหู้มานานแล้ว และเต้าหู้เหลืองนิ่มๆ เอาไปทอด พอสุกๆ นี่อร่อยอย่าบอกใคร แม่หวานใจทำกินประจำ ส่วนบลอคโคลี่นั้น กลายเป็นผักสุดโปรดของหวานใจไป ณ บัดนี้ เพราะเป็นชอยส์แรกที่เลือกซื่อมาทำกิน ไม่ว่าจะเป็นสลัดผักลวก จิ้มกับมายองเนส กินคู่กับเสต๊กปลา หรือ ไทยๆ แบบเอาไปจิ้มน้ำพริกกินกับปลาทู ก็อร่อยไม่ใช่น้อย
อ้าว ออกนอกเรื่องไปไหนแล้ว
แค่จะบอกว่าบลอคโคลี่เป็นผักที่อร่อยและมีประโยชน์มากๆ ดูสีเขียวๆเสียก่อน

เตรียมเครื่องปรุงกันก่อน
บลอคโคลี่ 1 หัวใหญ่
เต้าหู้เหลือง(อ่อน)
กุ้งขาว สัก 5-6 ตัว (ตามฐานะ:P)
กระเทียม 5 กลีบ สับละเอียด
แครอท (ถ้ามีใส่ไปหวานๆดี)
วิธีทำ

(ควันฉุยเลย)
1.ใส่น้ำมัน ตั้งให้ร้อน ใส่เต้าหู้เหลืองไปทอดให้พอสุกๆ มีสีเหลืองๆ อยู่ที่ขอบๆ รอบๆ ของเต้าหู้ ให้เกรียมนิดนึง แต่เบามือนะคะ ระวังเต้าหู้แตก พอเริ่มเหลืง ตักขึ้น พักไว้
2. เจียวกระเทียมสับให้หอมกรุ่น
3.ใส่กุ้งลงไป (น่ากินมาก) คลุกเคล้ากับกระทียม จนกุ้งเปลี่ยนเป็นสีส้ม
4.ใส่แครอทและบลอคโคลี่ลงไป ผัดๆ
5.เติมน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ผงรสดี น้ำตาล 1 ชช.(นิดหน่อย)
6.ผัดๆ ๆๆๆ เติืมน้ำ 1 ชต. หากดูแห้งไป
7.ผัดสลด ชิมน้ำ ตักใส่จานนน เสริฟ
8.ทำพริกน้ำปลา 1 ถ้วย กินคู่กันกับข้าวสวยร้อนๆ (หอมอร่อย)
เห็นรูปแล้วก็ให้อยากรับประทานอีก
ประโยชน์ของผักสีเขียว(บลอคโคลี)
สารสีเขียว - คลอโรฟิลล์ เป็นสารที่ให้สีเขียวในผักต่างๆที่มีสีเขียวเข้มมากๆ เช่น ตำลึง คะน้า บลอคโคลี่ ชะพลู บัวบกเป็นต้น ผักยิ่งมีสีเขียวมากก็จะมีคลอโรฟิลล์มาก โดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อคลอโรฟิลล์ถูกย่อยแล้ว จะมีพลังในการป้องกันมะเร็งมากขึ้น ทั้งยังช่วยขจัดกลิ่นเหม็นต่างๆในตัวคน ซึ่งคุณภาพดีกว่าน้ำหอมที่เราใช้อยู่อีกต่างหาก
ประโยชน์ของผักสีส้ม(แครอท)
สารสีส้ม - ผักและผลไม้ในสีส้มเช่น มะละกอ แครอท มีสารเบต้า-แคโรทีน ซึ่งมีศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นตัวการก่อให้กิดโรคมะเร็ง กระทรวงเกษตรฯของสหรัฐอเมริกาเผยว่า การรับประทานแครอทวันละ 2-3 หัว จะช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือด ส่วนคนที่มีผิวขาวซีด เมื่อทานมะละกอหรือแครอทเป็นประจำ ผิวจะมีสีเหลืองนวลสวยงาม อีกทั้งการทานมะละกอห่ามเป็นเวลา 2 ปี จะช่วยลดการเกิดฝ้าบนใบหน้าให้จางลงได้ โดยที่ไม่ต้องซื้อครีมทาฝ้าให้สิ้นเปลือง
ประโยชน์ของเต้าหู้
คุณประโยชน์มากมายของเต้าหู้นั้น มีตั้งแต่ช่วยลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล อุดมด้วยสารเอสโตรเจนธรรมชาติจากพืช ป้องกันกระดูกพรุน ป้องกันมะเร็งเต้านม และยังช่วยให้ไตทำงานได้ดี นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแคลเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินหลายชนิด และที่สำคัญคือสาร Isoflavones ที่พบในถั่วเหลือง มีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็ง
สรุป เมนูนี้ เกิดมาเพื่อต้านมะเร็งโดยเฉพาะ อี๊ดๆ ..กินกัน กินกัน


เมนูนี้ หวานใจ นำมาจาก หนังสือ Health&Cousin ค่ะ
เล่มที่หวานใจซื้อเล่มนี้มีสูตรอาหารน่าทำเต็มไปหมด หวานใจทำตามไปแล้ว 2 แล้วเจ้าไข่ม้วนก็คือหนึ่งในนั้นค่ะ
มาเตรียมเครื่องปรุงกันดีกว่า

: เครื่องปรุง :
ไข่ไก่ 2 ฟอง นมสด 2 ช้อนโต๊ะ กุ้งสับหยาบ 1/2 ถ้วย กระเทียมสับหยาบ 1 ช้อนชา พริกหวานสามสี หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ หอมหัวใหญ่สับหยาบ 1 หัวใหญ่ มะเขือเทศสับหยาบ 1 ลูก ผงทาโก้ 1 ช้อนโต๊ะ ซอสพริก 1/2 - 1 ช้อนโต๊ะ ชีส (ไม่ใส่ก็ได้) ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือเล็กน้อย ขนมปังปิ้งและผักสลัดตามชอบ

หวานใจกะเครื่องปรุง เยอะไปหน่อย แบบว่า เตรียมของอย่างเศรษฐีเลยทีเดียว หนักเครื่องว่าอย่างนั้น พริกหวานนี่ ตกลูกละ ยี่สิบกว่าบาท แต่หั่นแบ่งเก็บไว้ผัดผักก็ได้นะคะ อร่อยดี สีสวยด้วย มีหนังสือสุขภาพหลายสาขา บอกให้เรา พยายามกินผัก ผลไม้ ให้หลากสีเข้าไว้ เพราะแต่ละสีมีคุณสมบัติหรือประโยชน์แตกต่างกันไปจ้ะ

วิธีทำ
1. ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันพอกสุกใส แล้วใส่กระเทียมผัดจนหอม ใส่กุ้งที่สับไว้ รวนพอสุก ตามด้วยพริกหวาน มะเขือเทศ ผัดพอสุก ปรุงรสด้วยผงทาโก้ ซอสพริก เกลือ และชีส ชิมรสตามชอบ จะมีรสเผ็ดนิดๆ
2. ตอกไข่ใส่ชามผสมนม ตีให้เข้ากัน ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอให้ติดบางๆ เทไข่กลอกให้ทั่วกระทะ พอไข่ด้านบนเริ่มสุก ใส่ไส้แล้วม้วน จัดใส่จาน กินกับขนมปังปิ้งและผักสลัดตามชอบ
หวานใจทำพลาดไปนิดหน่อย เำพราะว่าไม่เชื่อหนังสือ จริงๆ เค้าต้องตักเครื่อง ที่ผัดไว้ออกมาก่อน แล้วทอดไข่ต่างหาก แ้ล้วเอาเครือ่งเทลงไปตรงกลางแล้ม้วนปิด แล้วเอาเครื่องอีกส่วนนึงโปะหน้า ราดซอส แต่หวานใจ ใส่ไปเลย (ไปดูมาจากอีกเวบนึง) ว่าเทไข่ไว้ฝั่งนึง พอแห้งตลลบเครือ่งใส่แล้วห่อปิดก็ได้ ทำไปทำมาเลย กลายเป็นไข่คนไปเลย ^^” แต่ก็พยายามม้วนๆตบๆ ให้เป็นก้อนน่ะค่ะ ออกมาเป็นอย่างนี้

ก็น่ากินไม๊คะ แต่อร่อยนะ กรุบๆ เนื้อกุ้ง กับพริกหวาน หัวหอม ราดซอสพริก อร่อยค่ะ หวานใจไม่ได้ซื้อหนมปังไว้ มีแต่สโคน ก็เลยหม่ำ กับสโคนแล้วก็กาแฟร้อนค่ะ อร่อยมากๆ

เห็นไม๊คะ เปิดตำราเทียบเลย 555
อาหารเช้านี้มีประโยชน์มากนะคะ ใครอยากทานอาหารเช้าอร่อยๆ แบบนี้ ก็รีบมาขอนะ
จะรอจ้า 555


เมื่อวันก่อน มีคนทิ้งคอมเมนท์ไว้ในไดอารี่ของหวานใจ
ประมาณว่า ชอบที่หวานใจสอนทำอาหารง่ายๆ แล้วก็อร่อย ๆ แอบเอาสูตรไปทำตามบ่อยๆ ไม่ต้องบอกก็น่าจะเดาได้ว่า คนทำน่ะ มีความสุขแค่ไหนใช่ไม๊คะ
ตัวหวานใจเองไม่ใช่เป็นคนทำอาหารเก่งอะไรมากมาย พอมาอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีแม่ทำให้กินเหมือนก่อน ก็เลยสนุกกับการทำอาหาร แต่จะให้ไปทำแบบ ยากๆ หวานใจก็ทำไม่เป็น อุปกรณ์ก็มีแค่นี้ ก็เลย พยายามดัดแปลงอะไรง่ายๆ มาทำกินกัน ก็เลยกลายเป็นที่มาของ “ง๊าย ง่าย อร่อย และต้อง ดูดี”
อย่างนึง ก็คือ เวลาเราทำรีวิวอาหาร เราต้องไม่กั๊ก และเขียนให้ละเอียด และ อย่าผิด เพราะ บางทีเราไม่มีทางรู้เลยว่า จะมีใคร เอาสูตรเราไปทำ โดยที่ ทำตามเรา หากเราผิด เค้าก็จะเสียของ ดังนั้นทำอะไรให้ใครไปทำตามก็ต้องรับผิดชอบกันนิดนึง (แบบว่าเคยไง ทำตามหนังสือแล้วมันผิดอ่ะ เสียหมดเลย โกรธมากๆ เพราะหนังสือเล่มนั้นเค้าทำขายด้วย ทำไมไม่รับผิดชอบต่อคนอ่านเลยจริงป่าวคะ)
เอาล่ะ ยาวแล้ว…
มาว่าเรื่องของวันนี้
(อ้อ หากใครมาอ่านก็คอมเมนท์ให้ชื่นใจไว้นิดนึงน๊า จะได้มีแรงใจ)
สปาเก็ตตี้ วันนี้ ทำไมต้องง่าย
ก็ซื้อสำเร็จมาทำเองไง แต่อร่อยน๊า ใช้แค่ไมโครเวฟก็โอเคแล้วหล่ะ
(โกหกอ่ะ ก็ต้องต้มเส้นด้วยหม้อต้มน้ำอยู่ดี :P)

: : ส่วนประกอบ : :
เส้นสปาเก็ตตี้ 1 กำ (สำหรับ 1 จาน )
หมูบด 100 กรัม
ซอสสปาเก็ตตี้ของไฮน์ 2-3 ชต.
น้ำตาลทราย,พริกไทย นิดหน่อย
(หากอยากให้อร่อย และมีเวลาอาจเพิ่ม หัวหอมใหญ่ สับ 2 ชต./มะเขือเทศสับ 1 ลูก)

วิธีทำ
1.กรรมวิธีการต้มเส้นสปาเก็ตตี้
- ต้มน้ำให้เดือด เติมเกลือ 1 ชต.(ไม่ต้องเต็มช้อน)
- น้ำเดือนใส่เส้นลงไป พอเริ่มอ่อนตัว กดให้เส้นจมไปทั้งหมด
- ต้มต่อไปประมาณ 10 นาที คนบ้าง ระวังติดก้นหม้อ
- 10 นาที ลองตักเส้นมาหนึ่งเส้น ลองกินดู หากรุบในอยู่ต้องต้มต่อ หากนิ่มก็โอเค อย่าให้นิ่มเกินเพราะจะทำให้เส้นเละ
Tip : เตรียมน้ำเย็น หรือ น้ำธรรมดา รอไว้ในกาละมัง เพื่อแช่เส้นที่ตักขึ้นมาจากหม้อร้อนๆ เพื่อเป็นการหยุดการสุกของเส้นค่ะ หากเราไม่แช่น้ำเย็น เส้นจะยังร้อนอยู่และสุกไปเรื่อยๆ จนทำให้เส้นเละได้นะคะ
หลังจากนำเส้นที่แช่น้ำเพื่อให้เย็นแล้ว ก็ใส่น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ คลุกให้ทั่ว เพื่อไม่ให้เส้นติดกัน พักไว้ค่ะ
ทำน้ำซอสสปาเก็ตตี้
- เอาภาชนะที่ใส่ไมโครเวฟได้ ตักซอสไฮน์ลงไป 2-3 ชต. ใส่หมูลงไป เอาเข้าไมโครเวฟ High 3 นาที(หากมีหัวหอมกับมะเขือเทศก็ตอนนี้ด้วยเลยค่ะ)
- นำออกมา ปรุงรส ใส่น้ำตาลนิดดเดียว เพื่อลดความเปรี้ยวของซอส ลองใส่แล้ว คนๆ แล้วชิมดูนะคะ ระวังหวานเกินไป เนื่องจากรสชาดของซอสนี้ออกเปรี้ยวมากๆ ต้องตัดด้วยหวานหน่อยนึงค่ะ
- ใส่พริกไทยเพิ่มความหอม เป็นสปาเก็ตตี้สูตรไทยค่ะ หากมีผลออริกาโนจาก พิซซ่าที่แถมมาแล้วเก็บไว้ก็ใส่เลยค่ะ หรือโรยหน้าก็ได้
- ใส่เข้าไมโครเวฟอีก 2 นาที คอยดูด้วยนะคะ หากแห้งไปก็เติมน้ำต้มสุกไปสัก 1-2 ชต.
- เอาออกมา ก็ราดหน้าเส้นสปาเก็ตตี้ได้เลย
** สูตรนี้ น้องสาวทำบ่อยค่ะ เพราะง่าย ชีทำกินประจำ แต่หากหวานใจทำ ก็จะทำซอสเองค่ะ ใช้มะเืขือเทศเยอะๆ กับซอสมะเขือเทศกับซอสพริกปรุงรสเอง อร่อยกว่าค่ะ อิอิ**
**ขอบคุณที่เข้ามานะคะ ไว้เจอกันเมนูหน้า น่าจะเป็น….ผัดผักกวางตุ้ง(ง่ายมะ 555)**


หวานใจนี่แย่จริงๆ มีรูปสวยๆ ที่ทำอาหารไว้เพียบ แต่ไม่มาทำขึ้นบล็อคสักที น่าโดนตีจริงๆ ปล่อยค้างไว้ตั้งหลายวันเนอะ ดูรูปนี้สิ สวยไม๊ เลนส์ตัวนี้ สุดยอดเลย พอมีแบ๊คกราวน์ ไกลๆ ที่มีมิติมากๆ นี่ อย่างเบลอสวยเลยอ่ะ หวานใจไปถ่ายตรงระเบียงค่ะ (ตรงที่รีดผ้าของแม่บ้าน อิอิ) รูปงามแต๊…
เอาล่ะ มาทำแซนด์วิชกันดีกว่า
ส่วนประกอบ
ขนมปังฝรั่งเศส (บาเก็ต)
ผักต่างๆ มีผักสลัด หัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ
เนื้อสัตว์ (ไก่ทอดแบ่งมาจากผัดผัก)
ไข่ดาว 1 ฟอง
เนย
มายองเนส
ซอสมะเขือเทศ

วิธีทำ
ก็ไปทอดไก่ก่อน พักไว้
ทอดไข่ขาวสวยๆสักใบ ใบนี้สวยมาก กรอบนอก ฉ่ำใน (แมวชอบแน่ๆ)
ก็ทาเนย ทองมายองเนส วางไก่ แล้วก็ทาซอส
วางหัวหอม โปะไข่ดาวลงไป (ใช้ครึ่งฟองก็พอ อีกครึ่งแบ่งไว้ให้หวานใจ) ก็โปะๆไปตามรูปเลยคะ่
ประกบๆ เอาผักสลัดวางข้างๆ ไว้กินแกล้มกับซอส กับมายองเนส เหมือนเรากินสลัด
อร่อยมากๆ นะคะ
บาเก็ตควรปิ้งให้กรอบๆ นิดนึง หากไม่ปิ้งจะกินไม่ได้เลยค่ะ จะแข็งเป๊ก
ปิ้งแล้วจะหอม อร่อยมากค่ะ
เอาล่ะ จบแล้ว ขอให้สนุกกับการทำแซนด์วิชแบบง่ายนี้นะคะ
ขอบคุณกล้อง 350D กับเลนส์ฟิก 50 สวยเจงๆ
แมว…อยากกินไม๊จ๊ะ (ไม่เอาหัวหอมใช่ไม๊?)

หวานใจนี่ขี้เกียจจริงๆเลย ทิ้งบลอคนานๆ อีกแล้ว ทั้งที่ มีรูปไว้ขึ้นเต็มไปหมด
แต่วันนี้โดนแซงคิวอีกแล้ว ด้วยขนม เทศกาลจ้า
“ขนมไหว้พระจันทร์” ไงจ๊ะ ปกติ ตะก่อนหวานใจอยู่บ้าน คนที่ซื้อก็คือ คุงแม่ หวานใจจะซื้อมาประจำ แต่แม่ชอบกินไส้โหงวยิ้ง แบบ ถั่วชนิดต่างๆ หวานใจก็จิกๆ กินบ้าง (เป็นนกค่ ะ55) แต่ไม่ชอบ มันมีกลิ่นไรไม่รู้อ่ะ ไส้ทุเรียน ก็หวานเกิดค่ะ ชอบกินไส้ลูกบัว กำลังดี
ปีนี้ เห็นขนมไหว้พระจันทร์ออกทีวี ครีเอทกันใหญ่ เช่นไส้ผัดกระเพราะ ไส้รังนก ไส้ไข่มุก (เอากันเข้าไป) แต่ที่หวานใจอยากลองมากที่สุดคือของ สตาร์บัค ใส่เค้ามี เอสเปรสโซอะไรอย่างนี้ คิดแล้วคงหอมหน้าดู
หาโอกาสไปหาซื้อมาหม่ำเป็นอาหารว่างหลายวัน เพิ่งได้โอกาสเมื่อวาน (ทิ้งงานให้ที่รักแมวดื้อทำแล้วออกไปเริงร่า 55) ก็ไปเจอ มินิหนมไหว้พระจันทร์ค่ะ น่ารักดี

ของภัตตาคาร อั้งกี่ ซื้อที่ บิ๊กซีค่ะ
หวานใจว่าเค้าฉลาดมากเลยนะที่ทำเป็นชิ้นเล็กๆ มาขาย เพราะหากกินชิ้นใหญ่ ช่วยกันกิน มันไม่หมดง่ายๆเลย แต่นี่ กินคนเดียวแต่ได้หลายรส ชิ้นละ 10 บาทเองค่ะ แล้วรถชาดกับ แพคเกจจิ้งก็เวิร์ค
ไล่จากบนล่าง ซ้ายไปขวาค่ะ มีไส้ แอพพริคอท สตอร์เบอรี่ ชอคโกแลต บลูเบอรี่ และ…แต๊นนมอคค่า
หวานใจอยากกินมั่กๆ เมื่อคืนดึกแล้ว เลยรอวันนี้ นั่งอ่านฉลากไปมา
อ่อ มันมีส่วนผสมของถั่วกวนตั้ง 30-50% แน่ะ.. ก็ถือว่ากินถั่วกวน
เด๋วหวานใจไปชงชาร้อนๆก่อนนะ แอบกัด มอคค่าไปคำ หวานมาก และ ขมกาแฟด้วยหล่ะ ไม่เอาล่ะ อยากลองรสผลไม้บ้าง อยากชิมแอพพริคอทมากสุดเลยตอนนี้ อิอิ
มา เค้าป้อนนนนนนนนนนนนน


หวานใจรักบล็อคนี้จริงๆนะ คิดถึง อยากทำอาหารอยากถ่ายรูปอาหารสวยๆ มาใส่ คือถึงแม้คนอ่านจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ คงรู้สึกสนุกที่ได้ทำอาหารมั๊ง
ตอนนี้ กล้องที่ใช้ประจำ เค้าเอาไปใช้ทำงานแล้ว หวานใจเลยไม่สามารถเอาไปใช้ได้
เสียดาย
ดูรูปที่ถ่ายจากกล้องนี้สิ…ดูดีเนอะ
…
หวานใจจะกลับกรุงเทพปีหน้า แบบว่า คอมยังไม่ต้องซื้อก็ได้เพราะใช้โน๊ตบุคไปก่อน แต่กล้อง Dslr นี่อยากได้จริงๆ รุ่นเดิม ถูกสุดก็ได เลนส์คิดก็พอ แม่บอกว่า จะซื้อทำไมกล้อง จะถ่ายอะไรนักหนา เอาที่มันจำเป็นก่อน…ง๊า โดนเบรกตัวโก่งเลย แต่ก็ยังอยากได้อยู่ดี
..
เข้าเรื่องได้แล้ว จะเอาเข้าหมวดไรดีน๊า lunchBox ก็ดีนะ แต่มัน Easy มากๆนะ เอา EaszCook แล้วกันนะ

ส่วนประกอบ
ทูน่าในน้ำผัก 1 กระป๋อง (หวานใจว่าอร่อยกว่า ในน้ำเกลือนะ)
พริกป่นนิดหน่อย
มะนาว 1 ลูก
ผักชีนิดหน่อย
หอมแดงซอย 2 ลูก
น้ำปลา / น้ำตาล นิดหน่อย
วิธีทำ
เปิดกระป๋อง (เอากันแต่ต้นเลยเหรอ)
เทเนื้อปลาออกมา เอาเฉพาะเนื้อ ใส่น้ำผักมานิดหน่อย ขลุกขลิก
บีบมะนาวลงไป น้ำปลาเหยาะๆ น้ำตาลนิดดด เดียว โรยพริกป่น แล้วแต่ความชอบเผ็ด หอมแดงซอยด้วย
คลุกเคล้าให้เข้ากัน
ชิมรส เติมตามอำเภอใจ แล้วโรยผักชีปิดท้าย

ทำง่ายมากๆค่ะ แค่คลุกเคล้าๆๆๆๆ
กินกับข้าวสวยร้อนๆ กลิ่นทูน่ากับมะนาวปนกัน พริกป่นติดลิ้นสุดยอดดด…
หากไม่รู้จะกินไร ปลาทูน่าที่ซื้อตุนไว้เมื่อคราวไปห้าง ก็หยิบมาบีบมะนาวใส่ โรยพริกป่นที่ได้มาจากร้านก๋วยเตี๋ยว คลุกๆ แล้วกินกับข้าว แค่นี้ก็อร่อยแล้ว ปลาทูน่า มีประโยชน์แล้วก็ไม่อ้วนนะจ๊ะ

อยากกินอีกจัง
แมวอยากหม่ำปลาไม๊จ๊ะ?

บลอคจ๋า….หวานใจคิดถึงมากๆเลย
อยากทำอาหารมาขึ้นบลอคไวๆ อยากเขียนบลอคมากๆ นั่งดูเมนูอาหารทุกวันจะทำไรดี
แต่แย่หน่อยหวานใจ ไม่ได้ใช้กล้องเหมือนเดิมแล้ว รูปไม่ค่อยอลังเลย
อาวนะ ทนๆ กันหน่อย… แก้ขัดไปก่อน
ลืมไปว่า ถ่ายรูปสตอคไว้เยอะเหมือนกันหลังจากไปค้นดูรูป มาีให้ขึ้นได้อีกสองสามอันแน่ะ เย้ๆ
วันนี้ หวานใจมีอาหารง่ายๆ อร่อยมั่ก มานำเหนอ แต๊นๆๆๆ

เตรียมของ
โจ๊กคนอร์ รสกุ้ง 1 ซอง
กุ้งขาว 6 ตัว
น้ำเปล่า 2 ซอง(ตวงจากซอง)
ผักชีต้นหอม (ถ้าทำให้แมวดื้อตัดไป)
ไข่ (หากอยากให้อร่อยขึ้น)

ขอบอกว่าเป็นเมนูง่าย ๆ แต่อร่อยแบบ สุดๆ เลย
เนื้อโจ๊กอร่อยอยู่แล้วเพราะเป็นคนอร์ ไม่ต้องทำไร
กุ้งสดๆ ใส่ไปแล้วเนื้อมันหวานอย่าบอกใครเลยค่ะ
ถ่ายรูป อุตส่าห์กะว่าสวยแน่เลย กุ้งหนัก โจ๊กน้ำเยอะ จมหมดเลยค่ะ
หากใส่น้ำน้อย ๆโจ๊กอืดๆ คงโชว์อลังกุ้งไปแล้ว
วิธีทำ
1.เทโจ๊กออกใส่หม้อ
2.เอาซองเปล่าตวงน้ำ 2 ซอง
3.ต้มไปสัก 3-5 นาที ไฟไม่แรงมาก หมั่นคน เด๋วมันติดก้น
4.เดือดปุดๆ ใส่กุ้งลงไป ต้มอีกสัก (ใส่ไข่ตรงนี้ได้เลย)1-2 นาที
5.ไข่จะเกือบสุก กุ้งสุกแล้ว ตักใส่ชาม โรยต้นหอมผักชี
อร่อยมากๆ หวานใจซื้อกุ้งมาแบ่งใส่ถุงเล็กๆ ไว้ต้มโจ๊กอย่างเดียวเลย ชอบสุดๆ
แมวดื้อชอบกินโจ๊กไม๊จ๊ะ



เอารูปเก่ามาหากินอีกแล้ว ไปค้นมาจากมือถือจ้า
โยเกิร์ต ข้าวโอ๊ต ผสมน้ำผึ้ง
เมนูอาหารเช้าที่มีประโยชน์มากๆ (ตายปิยะวรรณ ลืมกล้วย)
ส่วนประกอบ
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
กล้วยหอม 1 ผล
ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ (หรือแล้วแต่จะชอบ)
เป็นอาหารเช้าง่ายๆ ที่อร่อยๆ เพลินๆ อิ่มมาก และคุณค่าทางอาหารเพียบนะคะ
หวานใจเคยกินที่ ร้านอาหารบนเกาะพะงัน ทุกร้านมีเมนูนี้น่ะค่ะ บางทีก็มีลูกเกดด้วย พวกฝรั่งคงชอบกินกัน ร้านบ้านๆ ยังมีเมนูนี้เลยค่ะ
ชามละ 70 บาทประมาณนั้น ทำเอง ไม่กี่บาทเอง
คุณค่าีมีไรกันบ้างไปดู
ข้าวโอ๊ต :ท้องไม่ผูกจ้า
คนที่รับประทานข้าวโอ๊ตเป็นประจำ แน่นอน ช่วยให้ลดอาการท้องผูกอย่าง ได้ผล เพราะข้าวโอ๊ต เป็นอาหารที่สูงด้วยเส้นใย ซื่งเป็นตัวขับเคลื่อน ให้ลำไส้ ทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ ข้าวโอ๊ตยังมีส่วนช่วย ลดโคเลสเตอรอล ในเส้นเลือด ด้วย โดยกรดน้ำดี ซึ่งถูก เปลี่ยนมาจาก โคเลสเตอรอล เพื่อทำหน้าที่ย่อยไขมัน ในลำไส้เล็ก เมื่อกากใยของ ข้าวโอ๊ต เข้าสู่ลำไส้ที่มีน้ำ ก็จะมีสภาพคล้ายวุ้นเมือก และไปล้อมจับกรดน้ำดี ในลำไส้เล็กไว้ ทำให้ไขมัน ไม่ถูกน้ำดีย่อย จึงสามารถ ถูกดูดซึมผ่าน ผนังลำไส้และ กระแสเลือดได้ จากนั้นไขมัน ก็จะถูกขับออกไป จากร่างกาย ด้วยการขับถ่าย ขณะเดียวกัน โคเลสเตอรอล ในกระแสเลือด ก็จะถูกดึงมาใช้ เพื่อสร้างกรดน้ำดี ขึ้นมาใหม่ ทำให้โคเลสเตอรอล ในกระแสเลือดลดลงได้นั่นเอง
น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งเป็นผลผลิตจากฝูงผึ้งที่พากเพียรบินเก็บน้ำหวานในรัศมี 8 กิโลเมตร สิ่งที่ต้องใช้เวลาและ
แรงงานกว่าจะได้มาอย่างนี้ ย่อมต้องเป็นของดีมีประโยชน์ น้ำผึ้งนั้นมีความหวานมากกว่าน้ำตาล ให้พลังงาน 65 แคลอรีต่อ 1 ช้อนโต๊ะ ขณะที่น้ำตาลทรายขาวให้พลังงานเพียง 48 แคลอรี นอกจากนี้
น้ำผึ้งยังมีประโยชน์อันน่าทึ่งอีกมากมาย
คุณค่าทางโภชนาการของน้ำผึ้ง
|
น้ำผึ้งไม่ใช่โรงกำเนิดพลังโภชนาการ แต่ประกอบด้วยวิตามินบี กรดอะมิโน และแร่ธาตุอีกเล็กน้อย อย่างไรก็ตามน้ำผึ้งไม่ได้มี
คุณค่าทางโภชนาการมากไปกว่าน้ำตาลธรรมดาเลย สิ่งที่ทำให้
วงการแพทย์หันมาสนใจน้ำผึ้งนั้นเป็นปัจจัยด้านอื่น อาทิ น้ำผึ้งใช้แก้อาการเจ็บคอได้ดี เป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ และยังรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ด้วย…
กล้วยกับโยเกิร์ตคงรู้กันดีอยู่แล้ว วันนี้หวานใจขอลาไปก่อนต้องเตรียมไฟล์กลับไปทำบ้านค่ะ เมนูนี้ก็อยากอยู่นะคะ แต่หากจะว่ากันเรื่องแคลอรี่ หวานใจว่า ไว้วันหลังดีกว่านะจ๊ะ อิอิ รักคนอ่าน รักแมวดื้อ จุ๊บๆๆๆ


เมื่อวาน อยู่ดีๆ ก็นึกอยากกินกาแฟ 7-11ขึ้นมา
ก็คงเพราะไปเดินวนๆ อยู่น่ะค่ะ
แล้วก็เกิดแบบว่า เสียดายแคลอรี่ขึ้นมา ไม่เคยกินน้ำตาลแท้ๆมานานร่ะ กาแฟเซเว่นหวานมากนะคะ มีทั้งนมข้นหวาน คอฟฟี่เมท น้ำตาลทราย มันก็อร่อยอ่ะค่ะ กลมกล่อม มีสูตรตายตัวกินกี่ทีก็อร่อย ยิ่งผสมโอวัลตินไปด้วยจะเป็นมอคค่าค่ะ
…
ก็เลยเดินไปเชลท์นม หยิบนม Lowfat ไปชงกาแฟเย็นดีกว่า
ไปดูส่วนประกอบกัน
นมโฟโมสต์แบบ Lowfat 70 Kcal (เพิ่งสังเกตว่า แคลอรี่น้อยกว่า เมจิ ซึ่ง 90 Kcal)
กาแฟผง 1 ชช.
น้ำตาลเทียม Slimma 2 ซอง
วิธีทำ ก็เอานมไปแช่เย็นจัดๆไว้สักพัก เป็นวุ้นยิ่งดี
ละลายกาแฟกับน้ำร้อนใส่น้อยเดียวพอให้กาแฟละลาย ใส่เยอะ เด๋วไปละลายน้ำแข็งจืดหมดค่ะ
ละลายแล้ว เอานมมาเทลงไปในน้ำแข็ง แล้วเอากาแฟละลายเทลงไป ปรุงรสตามชอบ (ก็คือใส่น้ำตาล เลือกหวานตามใจค่ะ)
ทั้งหมด 70 แคลอรี่ (เท่ากับนมนั่นแหล่ะ)
เท่ากับ 1 แำก้วโต
หวานใจเก็บไว้กินได้ 2 มื้อเลยทีเดียว
มันเยอะอ่ะคะ่
เท่ากับ 1 แก้วของหวานใจ เท่ากับ 35 แคลอรี่แค่นั้นเอง
เย้!
^__^
อยากทำไรกินดีน๊า ช่วงนี้
อยากกินโจ๊กเกลือ
รู้จักโจ๊กเกลือกันไม๊คะ
แม่เคยพาไปกินตอนเด็กๆ
แล้วแม่ก็ชอบทำให้กินด้วย
วันนั้นโทรกลับไป แม่บอกว่า กินไม๊ ทำโจ๊กเกลืออยู่
555
อยากกินเลย
โจ๊กเกลือไม่มีไร แต่อ้วนมากมาย
ก็ของที่กินคู่กับโจ๊กเกลือเค็มๆ ก็คือ เจ้าปาท่องโก๋ตัวเล็กๆค่ะ ทุบๆ บุบๆ โรยบนโจ๊ก
อร่อยอย่าบอกใครเลย
ว๊า
ไม่เห็นเข้ากับเรื่องวันนี้เลยค่ะ
กลับบ้านดีกว่า
คิดถึงแมวดื้อจัง
ต่ะเองเค้าอยากกินซูชิมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ






